[นิทรรศการ “Portraits of Shoes, Stories of Feet” หรือ “ร้อยเรื่องรองเท้า”]
 
 
          จัดขึ้นโดยศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ TCDC ร่วมกับสมาคมฝรั่งเศส กรุงเทพฯ สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และสำนักงานคูตูร์ ฟรองซ์ กระทรวงต่างประเทศฝรั่งเศส ณ ห้องนิทรรศการ2 ชั้น6 ห้าง ดิเอ็มโพเรียมช้อปปิ้งคอมเพล็กซ์ ระหว่างวันที่ 10กรกฎาคม-3สิงหาคม 2552 เป็นนิทรรศการที่บอกเล่าความเป็นมาของรองเท้าจากทั่วทุกมุมโลกที่ผ่านการกลั่นกรองทางความคิด การออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ เทคนิคและเทคโนโลยีต่างๆ โดยที่รวบรวมรองเท้าราว 60 คู่ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 18-20 ที่ได้มาจากพิพิธภัณฑ์รองเท้าแห่งชาติ เมือง โรมองส์และคอลเล็กชั่นของเกาหลีและฝรั่งเศส โดยนิทรรศการแบ่งเป็นโซนต่างๆซึ่งตีความเรื่องราวรองเท้าแต่ละประเภท เริ่มจาก

   
 
     Politic & Ceremonial   |   เพื่ออำนาจและความสง่างาม
 
        
          ในสมัยศตวรรษที่ 17-18 รองเท้าส้นสูงเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็น "ผู้ดี" ของประเทศฝรั่งเศส ผู้ใดยิ่งสวมใส่รองเท้าส้นสูง ฐานันดรคนใส่ก็สูงตามไปด้วย ถึงกับมีการออกกฎหมายว่า คนที่จะใส่ส้นสูงสีแดงได้ ต้องเป็นกษัตริย์กับขุนนางเท่านั้น คนธรรมดาห้ามใส่! ความสูงของส้นสื่อถึงความเหลื่อมล้ำในสังคมจริงๆ เพราะต่อมาสมัยปฏิวัติฝรั่งเศส คนล้มล้างระบบกษัตริย์ ก็เลยหันมาใส่แต่แบบส้นแบนๆ เพื่อเน้นความเท่าเทียมกัน

 
 

           รองเท้าบูตยาวประดับด้วยลวดลายวิจิตรพิสดารมั้ยคะ นั่นแหละค่ะ บทบาทของรองเท้าทาง Politic and Ceremonial รองเท้าแบบนี้ออกแบบมาเพื่อนพระนาง Catherine de Medici เพราะทรงมีพระวรกายเล็ก แต่หลังจากนั้นก็จะพบเห็นชัดขึ้นในสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เพราะทรงบัญญัติให้แค่พระองค์
   
   
                             Sensual or Free & Easy
 

          สมัยก่อนผู้หญิงไฮโซฝรั่งเศสจะใส่รองเท้าส้นสูงเดินยากๆ เวลาเดินชายกระโปรงจะเปิดให้เห็นส้นเท้ารองเท้า
นั้นเป็นเครื่องมือกำหนดท่าทางการเดินของคนเราคนที่ใส่ส้นสูงจะถูกบังคับให้เดินอย่างสง่างามอกแอ่นก้นงอน
แบบว่าเย้ายวน
 
 

 
ส่วนในประเทศจีน เมื่อคนมีค่านิยมการมัดเท้า เพราะเชื่อว่ายิ่งเรียวเล็ก ยิ่งเร้าอารมณ์แต่ก็ถูกยกเลิกไปสมัยทั่นเหมาเจ๋อ
 
   
   
 
          ส่วนรองเท้าส้นเข็ม ที่ฮิตกันมากในหมู่นิสิต นักศึกษา ก็เป็นรองเท้าที่ออกแบบมาให้ผู้สวมใส่จะต้องทิ้งน้ำหนักตัวไปด้านหน้า เพราะยืนด้วยปลายเท้า และบีบน่องให้ชิดกัน พอทำท่านี้เค้าบอกว่า จุดศูนย์ถ่วงมันจะโน้มไปอยู่ด้านหน้า มาดันอกให้เด่นและผลักสะโพกให้งอนไปด้านหลัง ว่ากันว่า พอใส่ส้นสูงปุ๊บ ค่าเฉลี่ยความโค้งสะโพกของสตรีจะงามงอนกว่าปกติขึ้นมาอีก 25%
 
   
 
          และส้นสูงยังมีหน้าที่เด็ดๆ อีกอย่างคือทำให้ทั้งคนใส่และคนมองรู้สึกว่าเท้าและขาของคนใส่ดูเรียวเล็กกว่าปกติAlfred Kinsey นักวิจัยเรื่องเพศ กล่าวว่า “High-heeled shoes were considered erotic because they elongated a woman’s legs, & gave the impression that her feet & legs formed an unbroken line” คิดไปได้เนาะ
 
 
รองเท้าที่คว้านลึกๆ จนเห็นร่องนิ้วเท้าก็ช่วยทำให้ดูเซ็กซี่ขึ้นมาได้อีก
   
   
 
รองเท้าใส่ในโรงอาบน้ำสมัยก่อน (ภาพที่แสดงรองเท้าดังรูปสายรัดได้ขาดไปแล้ว เหลือแต่ส้นของรองเท้า)
 
          เค้าว่าสมัยก่อนพื้นห้องเป็นหินอ่อน แล้วอาบน้ำร้อนมากๆ ทำให้เดินเท้าเปล่าไม่ได้ จึงได้มีการคิดประดิษฐ์รองเท้าเพื่อกันความร้อนเวลาอาบน้ำขึ้นเป็รครั้งแรก
 
   
   
 
รองเท้าที่ชนเผ่าต่างๆ ใช้ใส่ลุยธรรมชาติ ตามแต่ละพื้นที่ ตลอดจนรองเท้ากีฬาต่างๆ
 
รองเท้าชาวอินเดียนแดง ทำจากหนังวัวที่นิ่ม
เพื่อให้เดินได้อย่างไร้เสียง
รองเท้าใส่ลุยหิมะของเด็กญี่ปุ่นสมัยก่อน น่ารักจัง!
   
   
 
สมัยบาโรคและรอคโคโค่ ที่คนชอบการตกแต่งเว่อร์ๆ ไม่เว้นแม้แต่รองเท้า ส้นรองเท้าสมัยนี้จะจะมีลักษณะโค้งๆ
 
   
   
 
          รองเท้าแปลกๆอย่างเกี๊ยของประเทศญี่ปุ่น คำว่า Geta หรือเกี๊ยะ แปลว่า "ฟัน" ซึ่งมาจากทรงของส้นรองเท้า
ซึ่งปัจจุบันในประเทศญี่ปุ่นก็ยังมีหมู่บ้านที่ยังคงอนุรักษ์การทำเกี๊ยะเป็นสินค้าส่งออกประจำชาติ
 
   
   
 
รองเท้าชาวนาเกาหลี เป็นการนำฟางข้าวมาถักสาน
 
   
   
 
                       รองเท้าส้นไม้ขีด ของชาแนล คนทำคิดว่าจะเสริมความยาวเพรียวของเรียวขาสาวเจ้าด้วยก้านไม้ขีด
 
   
   
 
รองเท้าส้นปืน
 
   
   
 
รองเท้าส้นหลอดไฟ ของชาแนล
 
   


 
   
ขอขอบคุณที่มา : http://bonitagloria.multiply.com/journal/item/31/31

   
Copyright © 2011 Santithip Industrial Co., LTD. All rights reserved.